RSS Feed

September, 2011

  1. เยียวยาผิวด้วยผักและผลไม้

    September 30, 2011 by bestnsb

    เวลาที่คุณเจอกับปัญหาผิวต่างๆ อย่าเพิ่งหยิบหลอดยาทาผิวขึ้นมา ลองใช้วิธีธรรมชาติๆ ของเรานี้ดูก่อน

    • ถ้าคุณมีปัญหาสิวที่ไม่ยอมหายง่ายๆ คุณควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทแป้งและน้ำตาล เพราะจะทำให้ผิวไวต่อการอักเสบมากขึ้น ฉะนั้น ในช่วงที่สิวยังไม่หายนี้คุณก็ควรเลือกกินผลไม้ที่ไม่ค่อยมีน้ำตาลอย่างฝรั่ง ชมพู่ มะละกอ และธัญพืชที่ไม่ผ่านการขัดสี
    • ถ้าคุณมีปัญหาผิวแห้ง คุณก็ควรกินอาหารที่กรดไมันโอเมก้า-3 ในปริมาณสูง อย่างเช่น ผลไม้เปลือกแข็ง ปลาแซลมอน ถั่วเหลือง เพราะจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวของคุณได้ แถมผู้เชี่ยวชาญในเรื่องอาหารยังบอกอีกด้วยว่า อาหารพวกนี้ช่วยลดความเครียดให้คุณได้ด้วย
    • ถ้าคุณเผลอบีบสิว (ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณไม่ควรเผลอบ่อยๆ) คุณก็ควรทาโลชั่นที่มีส่วนผสมของชาเขียว น้ำมันที-ทรี หรือสารสกัดจากชะเอม เพราะจะช่วยป้องกันการติดเชื้อ และช่วยให้รอยแดงๆ จากการบีบสิวจางลงได้
    • ถ้าคุณมีผื่นคันเกิดขึ้นตามร่างกาย ก็ลองบดแตงกวาที่ปลอกเปลือกออกแล้วให้ละเอียด แล้วทาลงบนผิวในบริเวณที่มีปัญหา ปล่อยทิ้งไว้ซักประมาณสองสามนาที เพื่อช่วยขจัดรอยแดงๆ และอาการระคายเคืองออกไป

  2. มัทนะพาธา

    September 7, 2011 by bestnsb

    ความรักเหมือนโรคา บันดาลตาให้มืดมน 
    ไม่ยินและไม่ยล อุปสรรคใดใด 
        ความรักเหมือนโคถึก กำลังคึกผิขังไว้ 
    ก็โลดออกจากคอกไป บ ยอมอยู่ ณ ที่ขัง 
        ถึงหากจะผูกไว้ ก็ดึงไปด้วยกำลัง 
    ยิ่งห้ามก็ยิ่งคลั่ง บ หวนคิดถึงเจ็บกาย 

                 มัทนา มาจากศัพท์  มทน  แปลว่า ความลุ่มหลงหรือความรัก
                มัทนะพาธา  มีความหมาย ความเจ็บปวดและความเดือนร้อนเพราะความรัก

    จุดประสงค์เพื่อชี้ให้เห็นโทษของความรัก 

    ความเป็นมา            
    มัทนะพาธาเป็นพระราชนิพนธ์เรื่องเอกของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้รับการยกย่องจากวรรณคดีสโมสรให้เป็นหนังสือที่แต่งดี ใช้ฉันท์เป็นบทละครพูดซึ่งแปลกและแต่งได้ยาก เป็นเรื่ิองที่มีตัวละครและฉากสอดคล้องกัน วัฒนธรรมภารตะโบราณและเข้ากับเนื้อเรื่องได้ดี
    ลักษณะการแต่ง
                เรื่องมัทนะพาธาใช้คำประพันธ์หลายชนิดแต่เน้นแต่งด้วยฉันท์ บางตอนใช้กาพย์ยานี กาพย์ฉบังหรือกาพย์สุรางคนางค์ และมีบทเจรจาร้อยแก้วในส่วนของตัวละครที่ไม่สำคัญ ทำให้มีลีลาภาษาที่หลากหลาย ตอนใดดำเนินเรื่องรวดเร็วก็ใช้ร้อยแก้ว ตอนใดต้องการจังหวะเสียงและความคล้องจองก็ใช้กาพย์ และตอนใดที่เน้นอารมณ์มากก็มักใช้ฉันท์ เช่น ตอนที่สุเทษณ์ตัดพ้อและมัทนาเจรจาตอบใช้วสันตดิลก แสดงจังหวะรวดเร็วของถ้อยคำเสริมให้คารมโต้ตอบกันมีลีลาฉับไวและทันกัน

    สุเทษณ์ รักจริงมีจริงฤก็ไฉน อรไทบ่แจ้งการ 
    มัทนา รักจริงมีจริงก็สุระชาญ ชยะโปรดสถานใด 
    สเทษณ์ พี่รักและหวังวธุจะรัก และบทอดบทิ้งไป 
    มัทนา พระรักสมัครณพระหทัย ฤจะทอกจะทิ้งเสีย? 
    สุเทษณ์ ความรักละเหี่ยอุระระทด เพราะมิอาจจะคลอเคลีย 
    มัทนา ความรักระทดอุระละเหี่ย ฤจะหายเพราะเคลียคลอ 
    สุเทษณ์ โอ้โ๋อ๋กระไรนะมะทะนา บมิตอบพะจีพอ? 
    มัทนา โอ้โอ๋กระไรอะมระง้อ มะทะนามิพอดี 

         จอมเทพสุเทษณ์เป็นเทพผู้ใหญ่บนสรวงสวรรค์ เป็นทุกข์อยู่ด้วยความลุ่มหลงเทพธิดามัทนา แม้จิตระรถผู้สารถีคู่บารมีจะนำรูปของเทพเทวีผู้เลอโฉมหลายต่อหลายองค์มาถวายให้เลือกชม สุเทษณ์ก็มิสนใจไยดี จิตระรถจึงนำมายาวินวิทยาธรมาเฝ้า สุเทษณ์ให้มายาวินใช้เวทมนตร์เรียกนางมัทนามาหา เมื่อมาแล้วนางมัทนาก็เหม่อลอยมิมีสติสมบูรณ์เพราะตกอยู่ในฤทธิ์มนตรา สุเทษณ์มิต้องการได้นางด้วยวิธีเยี่ยงนั้น จึงให้มายาวินคลายมนตร์ แต่ครั้นได้สติแล้ว นางมัทนาก็ปฏิเสธว่ามิมีจิตเสน่หาตอบด้วยมิว่าสุเทษณ์จะเกี้ยวพาและรำพันรักอย่างไร สุเทษณ์โกรธนักจึงจะสาปมัทนาให้ไปเกิดในโลกมนุษย์

    มัทนาขอให้นางได้ไปเกิดเป็นดอกไม้มีกลิ่นหอมเพื่อให้มีประโยชน์บ้าง สุเทษณ์จึงสาปมัทนาให้ไปเกิดเป็นดอกกุหลาบที่งามทั้งกลิ่นทั้งรูป และมีแต่เฉพาะบนสวรรค์ยังไม่เคยมีบนโลกมนุษย์ โดยที่ในทุกๆ 1 เดือน นางมัทนาจะกลายร่างเป็นคนได้ชั่ว 1 วัน 1 คืน ในเฉพาะวันเพ็ญของแต่ละเดือนเท่านั้น และถ้านางมีความรักเมื่อใด นางก็จะมิต้องคืนรูปเป็นกุหลาบอีก แต่นางจะได้รับความทุกข์ทรมานเพราะความรักจนมิอาจทนอยู่ได้ และเมือนั้นถ้านางอ้อนวอนขอความช่วยเหลือ ตนจึงจะงดโทษทัณฑ์นี้ให้แก่นาง

    นางมัทนาไปจุติเป็นกุหลาบงามอยู่ในป่าหิมะวัน บรรดาศิษย์ของฤษีนามกาละทรรศินมาพบเข้าจึงนำความไปบอกพระอาจารย์ กาละทรรศินจึงให้ขุดไปปลูกในบริเวณอาศรมของตน ในขณะที่จะทำการขุดก็มีเสียงผู้หญิงร้อง กาละทรรศินเล็งญาณดูก็รู้ว่าเป็นเทพธิดามาจุติ จึงได้เอ่ยเชิญและสัญญาว่าจะคอยดูแลปกป้องสืบไป เมื่อนั้นการจึงสำเร็จด้วยดี

    วันเพ็ญในเดือนหนึ่งท้าวชัยเสนกษัตริย์แห่งหัสตินาปุระได้เสด็จออกล่าสัตว์ในป่าหิมะวันและได้แวะมาพักที่อาศรมพระฤๅษี ครั้นได้เห็นนางมัทนาในโฉมของนารีผู้งดงามก็ถึงกับตะลึงและตกหลุมรัก จนถึงกับรับสั่งให้มหาดเล็กปลูกพลับพลาพักแรมไว้ใกล้อาศรมนั้นทันที

    ท้าวชัยเสนรำพันถึงความรักลึกซึ้งที่มีต่อนางมัทนา ครั้นเมื่อนางมัทนาออกมาที่ลานหน้าอาศรมก็มิเห็นผู้ใด ด้วยเพราะท้าวชัยเสนหลบไปแฝงอยู่หลังกอไม้ นางมัทนาได้พรรณาถึงความรักที่เกิดขึ้นในใจอย่างท่วมท้น ท้าวชัยเสนได้สดับฟังทุกถ้อยความจึงเผยตัวออกมาทั้งสองจึงกล่าวถึงความรู้สึกอันล้ำลึกในใจที่ตรงกันจนเข้าใจในรักที่มีต่อกัน จากค่ำคืนถึงยามรุ่งอรุณ ท้าวชัยเสนจึงทรงประกาศหมั้นและคำสัญญารัก ณ ริมฝั่งลำธารใกล้อาศรมนั้น

    เมื่อมีความรักแล้ว นางมัทนาก็ยังคงรูปเป็นนารีผู้งดงาม มิต้องกลายรูปเป็นกุหลาบอีก ท้าวชัยเสนได้ทูลขอนางมัทนา พระฤษีก็ยกให้โดยให้จัดพิธีบูชาทวยเทพและพิธีวิวาหมงคลในป่านั้นเสียก่อน

    ท้าวชัยเสนเสด็จกลับวังหลายเพลาแล้วแต่ก็มิได้เสด็จไปยังพระตำหนักข้างในด้วยว่ายังทรงประทับอยู่แต่ในอุทยาน พระนางจัณฑี มเหสีให้นางกำนัลมาสืบดูจนรู้ว่าพระสวามีนำสาวชาวป่ามาด้วย จึงตามมาพบท้าวชัยเสนกำลังอยู่กับนางมัทนาพอดี เมื่อพระนางจัณฑีเจรจาค่อนขอดดูหมิ่นนางมัทนา ท้าวชัยเสนก็กริ้วและทรงดุด่าว่าเป็นมเหสีผู้ริษยา

    พระนางจัณฑีแค้นใจนัก ให้คนไปทูลฟ้องพระบิดาผู้เป็นเจ้าแห่งมคธนครให้ยกทัพมาทำศึกกับท้าวชัยเสน จากนั้นก็คบคิดกับนางค่อมอราลีและวิทูรพราหมณ์หมอเสน่ห์ ทำอุบายกลั่นแกล้งนางมัทนาโดยส่งหนังสือไปทูลท้าวชัยเสนว่านางมัทนาป่วย ครั้นเมื่อท้าวชัยเสนรีบเสด็จกลับมาเยี่ยมนางมัทนา ก็กลับพบหมอพราหมณ์กำลังทำพิธีอยู่ใกล้ๆต้นกุหลาบ วิทูรกับนางเกศินีข้าหลวงของนางจัณฑีจึงทูลใส่ความว่านางมัทนาให้ทำเสน่ห์เพื่อให้ได้ร่วมชื่นชูสมสู่กับศุภางค์ ท้าวชัยเสนกริ้วนัก รับสั่งให้ศุภางค์ประหารนางมัทนาแต่ศุภางค์ไม่ยอม ท้าวชัยเสนจึงสั่งประหารทั้งคู่

    พระนางจัณฑีได้ช่องรีบเข้ามาทูลว่าตนจะอาสาออกไปห้ามศึกพระบิดาซึ่งคงเข้าใจผิดว่านางกับท้าวชัยเสนนั้นบาดหมางกัน แต่ท้าวชัยเสนตรัสว่าทรงรู้ทันอุบายของนางที่คิดก่อศึกแล้วจะห้ามศึกเอง พระองค์จะขอออกทำศึกอีกคราแล้วตัดหัวกษัตริย์มคธพ่อตาเอามาให้นางผู้ขบถต่อสวามีตนเอง

    ขณะตั้งค่ายรบอยู่ที่นอกเมือง วิทูรพรหมณ์เฒ่าได้มาขอเข้าเฝ้าท้าวชัยเสนเพื่อสารภาพความทั้งปวงว่าพระนางจัณฑีเป็นผู้วางแผนการร้าย ซึ่งในที่สุดแล้วตนสำนึกผิดและละอายต่อบาปที่เป้นเหตุให้คนบริสุทธิ์ต้องได้รับโทษประหาร ท้าวชัยเสนทราบความจริงแล้วคั่งแค้นจนดำริจะแทงตนเองให้ตาย แต่อำมาตย์นันทิวรรธนะเข้าห้ามไว้ทันและสารภาพว่าในคืนเกิดเหตุนั้นตนละเมิดคำสั่ง มิได้ประหารศุภางค์และนางมัทนา หากแต่ได้ปล่อยเข้าป่าไป ซึ่งนางมัทนานั้นได้โสมะทัตศิษญ์เอกของฤษีกาละทรรศินนำพากลับสู่อาศรมเดิม แต่ศุภางค์นั้นแฝงกลับเข้าไปร่วมกับกองทัพแล้วออกต่อสู้กับข้าสึกจนตัวตาย ท้าวชัยเสนจึงรับสั่งให้ประหารท้าวมคธที่ถูกจับมาเป็นเชลยไว้ก่อนหน้านั้นแล้ว ส่วนพระนางจัณฑีมเหสีนั้นทรงให้เนรเทศออกนอกพระนคร ด้วยทรงเห็นว่าอันนารีผู้มีใจมุ่งร้ายต่อผู้เป็นสามีก็คงต้องแพ้ภัยตนเอง มิอาจอยู่เป็นสุขได้นานแน่

    ฝ่ายนางมัทนานั้นได้ทำพิธีบูชาเทพและวอนขอร้องให้สุเทษณ์จอมเทพช่วยนางด้วย สุเทษณ์นั้นก็ยินดีจะแก้คำสาปและรับนางเป็นมเหสี แต่นางมัทนาก็ยังคงปฏิเสธและว่าอันนารีจะมีสองสามีได้อย่างไร สุเทษณ์เห็นว่านางมัทนายังคงปฏิเสธความรักของตนจึงกริ้วนักสาปส่งให้นางมัทนาเป็นดอกกุหลาบไปตลอดกาล มิอาจกลายร่างเป็นมนุษย์ได้อีกต่อไป

    เมื่อท้าวชัยเสนตามมาถึงในป่า นางปริยัมวะทาที่ตามมาปรนนิบัติดูแลนางมัทนาด้วยก็ทูลเล่าความทั้งสิ้นให้ทรงทราบ ท้าวชัยเสนจึงร้องร่ำให้ด้วยความอาลัยรักแล้วขอให้พระฤษีช่วย โดยใช้มนตราและกล่าวเชิญนางมัทนาให้ยินยอมกลับเข้าไปยังเวียงวังกับตนอีกครา

    เมื่อพระฤษีทำพิธีแล้ว ท้าวชัยเสนก็รำพันถึงความหลงผิดและความรักที่มีต่อนางมัทนาให้ต้นกุหลาบได้รับรู้ จากนั้นจึงสามารถขุดต้นกุหลาบได้สำเร็จ ท้าวชัยเสนได้นำต้นกุหลาบขึ้นวอทองเพื่อนำกลับไปปลูกในอุทยาน และขอให้ฤๅษีกาละทรรศินให้พรวิเศษว่ากุหลาบจะยังคงงดงามมิโรยราตราบจนกว่าตัวพระองค์เองจะสิ้นอายุขัย พระฤษีก็อวยพรให้ดังใจ และประสิทธิประสาทพรให้กุหลาบนั้นดำรงอยู่คู่โลกนี้มิมีสูญพันธ์ อีกทั้งยังเป็นไม้ดอกที่กลิ่นอันหอมหวานสามารถช่วยดับทุกข์ในใจคนและดลบันดาลให้จิตใจเบิกบานเป็นสุขได้ ชาย-หญิงเมื่อมีรักก็จักใช้ดอกกุหลาบเป็นสัญญลักษณ์แห่งความรักแท้สืบต่อไป


  3. ประเภทของกรรม 16 ประเภท

    September 7, 2011 by bestnsb

    ประเภทของกรรมตามคำสอนทางพระพุทธศาสนา แบ่งเป็น 4 หมวดๆ ละ 4 ประเภท รวม 16  ประเภท มีดังต่อไปนี้

    1. หมวดกิจจะจตุกกะ คือ กรรมว่าโดยหน้าที่ มี 4 ประเภท ได้แก่

    1.1 ชนกกรรม คือ กรรมมีหน้าที่ยังวิบากให้เกิด สัตว์โลกทั้งปวงย่อมเกิดด้วยอำนาจของชนกกรรม แต่ละชาติที่เกิดภายใต้กฏแห่งชนกกรรมเป็นพนักงานตกแต่งให้เกิดทั้งหมด

    1.2 อุปัตถัมภกกรรม คือ กรรมมีหน้าที่อุปถัมภ์ค้ำชูกรรมอื่นเป็นกรรมที่เข้าไปอุปถัมภ์กรรมของสัตว์ ที่เกิดแล้ว เมื่ออำนาจของชนกกรรมนำปฏิสนธิแล้วอุปถัมภกกรรมก็เข้าทำหน้าที่อุปถัมภ์ให้ ได้รับทุกข์หรือสุขหรืออกุศลกรรมหรือกุศลกรรมให้มีพลังมากยิ่งขึ้น

    1.3 อุปปีฬกกรรม คือ กรรมมีหน้าที่เบียดเบียนกรรมอื่นเข้าไปทำร้ายหรือบีบคั้นกรรมอื่นที่มีสภาพตรงกันข้าม ซึ่งมีทั้งฝ่ายกุศลและฝ่ายอกุศล เป็นผลให้กรรมฝ่ายตรงกันข้ามอ่อนกำลังลงเสื่อมลง

    1.4 อุปฆาตกกรรม หรืออุปัทเฉทกกรรม คือ มีหน้าที่เข้าไปตัดรอนกรรมอื่นที่มีสภาพตรงกันข้ามได้อย่างเด็ดขาดและรวด เร็วเป็นปัจจุบันทันด่วนยิ่งกว่าอุปปีฬกกรรม ซึ่งมีทั้งฝ่ายกุศลและอกุศล เป็นผลให้เจ้าของกรรมได้รับผลทันทีทันใด

     2. หมวดปากะทานปริยายะจตุกกะ คือ กรรมว่าโดยลำดับการให้ผล มี 4 ประเภท ได้แก่

    2.1 ครุกรรม คือ กรรมหนักซึ่งมีอำนาจให้ผลเป็นลำดับแรกก่อนกรรมทั้งหลายไม่มีกรรมใดจะมีพลัง มาขวางกั้นผลแห่งครุกรรมนี้ได้เลยซึ่งมีทั้งฝ่ายกุศลและอกุศล

    2.2 อาสันนกรรม คือ กรรมที่ให้ผลเวลาใกล้ตาย ซึ่งมีอำนาจให้ผลเป็นอันดับสองรองจากครุกรรม จะชักนำบุคคลเจ้าของกรรมให้ได้รับผลโดยไม่เนิ่นช้า

    2.3 อาจิณณกรรม หรือพหุลกรรม คือ กรรมที่ทำบ่อยๆเนืองๆ ให้ผลเป็นลำดับสาม ถ้าไม่มีครุกรรมและอาสันนกรรม กรรมนี้จะให้ผลเพราะเป็นกรรมที่กระทำบ่อยๆ สั่งสมไว้ในสันดานมากๆ ย่อมจักได้โอกาสให้ผลในชาติต่อไปทันที

    2.4 กตัตตากรรม คือ กรรมที่สักแต่ว่ากระทำ มีอำนาจให้ผลเป็นลำดับที่ 4 ซึ่งเป็นกรรมที่ผู้กระทำไม่ตั้งใจ ไม่มีเจตนา เป็นสักแต่ว่ากระทำลงไป เป็นกรรมที่มีพลังน้อยที่สุด แต่ก็ย่อมมีโอกาสให้ผล ในบรรดาสัตว์ที่ยังเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในวัฏฏสงสารนี้ ที่จะได้ชื่อว่าไม่มีกตัตตากรรมเป็นอันไม่มี

     3. หมวดปากะกาลจตุกกะ คือ กรรมว่าโดยเวลาที่ให้ผล มี 4 ประเภท ได้แก่

    3.1 ทิฐธรรมเวทนียกรรม คือ กรรมที่ให้ผลในชาติปัจจุบันเป็นกรรมที่ให้ผลรวดเร็วปัจจุบันทันด่วน ไม่ต้องไปรอรับผลชาติหน้าหรือชาติไหนๆ ซึ่งมีทั้งฝ่ายที่เป็นกุศลและอกุศล

    3.2 อุปปัชชะเวทนียกรรม คือ กรรมที่ให้ผลในชาติหน้า เป็นกรรมที่ให้ผลช้าเป็นที่สองรองจากทิฏฐธรรมเวทนียกรรม

    3.3 อปราปริยะเวทนียกรรม คือ กรรมที่ให้ผลในชาติต่อๆ ไปเป็นกรรมที่ให้ผลช้ารองจาก 2 ข้อแรก ย่อมให้ผลในชาติที่ 3 เป็นต้นไป ซึ่งมีทั้งฝ่ายกุศลและอกุศล

    3.4 อโหสิกรรม คือ กรรมที่สำเร็จแล้วไม่มีโอกาสให้ผล เพราะทิฏฐธรรมเวทนียกรรมอื่นมีพลังสูงกว่าชิงส่งผลให้เสียแล้วจึงกลายเป็น กรรมที่หมดประสิทธิภาพไม่ว่าจะเป็นฝ่ายกุศลหรือฝ่ายอกุศล

     4. หมวดปากะฐานจตุกกะ คือ กรรมว่าโดยฐานะให้ผล มี 4 ประเภท ได้แก่

    4.1 อกุศลกรรม คือ กรรมที่ให้ผลนำไปเกิดในอบายภูมิ 4 ได้แก่ สัตว์นรก เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน

    4.2 กามาวจรกุศลกรรม คือ กรรมที่ให้ผลนำไปเกิดในสุคติภูมิ๗ ได้แก่ มนุษย์และสวรรค์ 6 ชั้น

    4.3 รูปาวจรกุศลกรรม คือ กรรมที่ให้ผลนำไปเกิดในรูปพรหม 4 ชั้น

    4.4 อรูปาวจรกุศลกรรม คือ กรรมที่ให้ผลนำไปเกิดในอรูปพรหม 4 ชั้น ขอจงพิจารณาดูเถิดว่า เราเกิดมาในชาตินี้ด้วยกรรมอะไรอดีตกาลที่ผ่านมาและในปัจจุบันเราประสบการณ์ ที่ดีและร้ายด้วยอำนาจแห่งกรรมอะไร หากจะพิจารณาด้วยปัญญาก็จะทราบชัดถึงกรรมของตนเองได้เป็นอย่างดี เพราะเหตุว่าสัตว์โลกทั้งหลายมีกรรมเป็นของๆ ตน ย่อมจักหนีกรรมไม่พ้นไม่กรรมใดก็กรรมหนึ่งแน่นอนตราบเท่าที่ยังว่ายวนอยู่ใน สังสารวัฏ


  4. ข้อควรระวังในการแต่งหน้าของสาวๆ ที่ใส่คอนแทคเลนส์

    September 6, 2011 by bestnsb

    ป้องกันดวงตาบาดเจ็บจากความสวย

    เพื่อความคล่องตัวและความสวยงาม คนเดี๋ยวนี้จึงนิยมใส่คอนแทคเลนส์กันมากขึ้น ซึ่งการใช้อุปกรณ์ที่ใกล้ ชิดกับตาขนาดนี้ ก็มีเรื่องของอนามัยต้องใส่ใจกันบ้าง แต่ก็เพราะธรรมชาติของผู้หญิงที่ต้องแต่งหน้าเพราะความสวย นี่เอง ที่อาจจะเป็นศัตรูความปลอดภัยของลูกตา

    เรามีทิป 5 ข้อมาฝากคุณเพื่อลดความขัดแย้งระหว่างสุขภาพกับความงามค่ะ

    5 ข้อควรระวังยามแต่งหน้าของสาวใส่เลนส์

    1. ใส่คอนแทคเลนส์ก่อนแต่งหน้า และเอาเลนส์ออกก่อนล้างเมกอัพเสมอ เพราะอายเมกอัพรีมูฟเวอร์อาจ ตกค้างสะสมอยู่บนคอนแท็กเลนส์ได้

    2. ใช้เมกอัพแบบป้องกันการแพ้ หรือเมกอัพแบบสูตรน้ำ เพื่อหลีกเลี่ยงอาการระคายเคืองต่าง ๆ

    3. อย่าใช้มาสคาร่าแบบกันน้ำ เนื่องจากอาจเลอะเลนส์และเป็นคราบติดอย่างถาวร รวมทั้งควรหลีกเลี่ยงมาส คาร่า ที่มีไฟเบอร์เพิ่มความหนาหรือความยาวด้วย

    4. หลีกเลี่ยงอายแชโดว์แบบฝุ่น ที่อาจเข้าตาได้ง่าย เลือกใช้แบบเจล ลิควิด หรือครีม พยายามหลีกเลี่ยง อายแชโดว์ ที่ผสมผงแวววาวที่ทำจากเปลือกหอยหรือผงไมก้า ซึ่งอาจเข้าตาทำให้ระคายเคืองได้

    5. อย่าฉีดสเปรย์ถ้าคุณใส่เลนส์แล้ว และก่อนที่คุณจะเดินเข้าไปในห้องที่ฉีดสเปรย์ ควรรอให้สเปรย์จางหาย ไปก่อน เนื่องจากผลิตภัณฑ์แต่งผมทำให้ดวงตาระคายเคืองได้ง่ายที่สุด


  5. เคล็ดลับในการเก็บน้ำหอม

    September 6, 2011 by bestnsb

    น้ำหอมก็เหมือนผลิตภัณฑ์ความงามอื่นๆ นั่นแหละ คือมีวันหมดอายุเหมือนกัน แต่คุณสามารถยืดอายุน้ำหอมให้มีกลิ่นหอมคงเดิมออกไปได้ด้วยเคล็ดลับดีๆ ต่อไปนี้

    • อย่าเก็บไว้ใกล้ความร้อนหรือความเย็นจัด : คุณคงรู้ดีอยู่แล้วว่าความร้อนทำให้น้ำหอมมีกลิ่นเปลี่ยนไปได้ แต่คุณรู้หรือเปล่าว่าการเก็บน้ำหอมไว้ในตู้เย็นที่มีความเย็นจัด บางครั้งก็ทำให้น้ำหอมมีกลิ่นเปลี่ยนไปได้เหมือนกัน อุณหภูมิที่เหมาะกับการเก็บน้ำหอมคือประมาณ 10-15 องศาเซลเซียส
    • อย่าเก็บไว้ในห้องน้ำ : การวางน้ำหอมไว้แถวๆ อ่างล้างหน้าก็ดูเข้าท่าดี แต่จริงๆ แล้วไม่ดีหรอก เพราะในห้องน้ำนั้นทั้งร้อนและชื้น ซึ่งอาจทำให้โมเลกุลน้ำหอมเกิดการแตกตัว หรือมีเชื้อแบคทีเรียเข้ามาได้
    • เก็บไว้ในที่มืดๆ : การปล่อยน้ำหอมให้โดนแสงจะทำให้โมเลกุลน้ำหอมลดประสิทธิภาพลง ฉะนั้น จึงเป็นการดีที่ควรเก็บน้ำหอมไว้ในตู้หรือลิ้นชักที่ไม่มีแสงลอดเข้าไปได้ ถ้าจำเป็นต้องนำออกมาวางในที่ที่มีแสงส่องถึง ก็ควรเทไว้ในขวดสีชาหรือขวดที่มีความทึบแสง
    • อย่าเปิดฝาทิ้งไว้ : น้ำหอมส่วนใหญ่จะมีแอลกอฮอล์เป็นส่วนผสม ซึ่งจะระเหยได้ง่ายถ้าโดนอากาศ ฉะนั้น การเผลอเปิดฝาทิ้งไว้ ก็เท่ากับว่าน้ำหอมจะแห้งเร็วขึ้น

  6. รองพื้นหรือแป้งผสมรองพื้น ?

    September 6, 2011 by bestnsb

    รองพื้นหรือแป้งผสมรองพื้น ?

    คำตอบขึ้นอยู่กับความต้องการของคุณ และสภาพผิวของคุณ แน่นอนว่าถ้าคุณต้องการความสะดวกและรวดเร็ว แป้ง ผสมรองพื้นน่าจะเป็นคำตอบที่เหมาะกว่า แต่ถ้าคุณมีผิวแห้ง แป้งผสมรองพื้นอาจทำให้ผิวดูแตกระแหง และอาจเน้นรูขุมขนให้ เด่นชัดขึ้น

    ถ้าผิวของคุณมีข้อบกพร่องหลายอย่างที่ต้องการปกปิด รองพื้นน่าจะทำหน้าที่ได้ดีกว่า และหากใช้อย่างถูกวิธี รวมทั้ง เลือกรองพื้นที่เหมาะสมกับผิวแล้ว รองพื้นจะไม่ให้ความรู้สึกที่หนาเตอะอย่างที่เข้าใจกัน โดยเฉพาะรองพื้นยุคใหม่ที่ถูกออก แบบมาให้มีเนื้อสัมผัสที่บางเบา ไม่อุดตันรูขุมขน แต่มีเม็ดสีที่หนาแน่นสำหรับการปกปิดที่คุณต้องการ

    กฏทอง 2 ประการ สำหรับการใช้รองพื้นก็คือ การเลือกสีที่กลมกลืนกับสีผิวเป๊ะ เพราะการเลือกสีที่สว่างกว่าผิวจะทำให้ ดูหลอกตา และต้องเกลี่ยรองพื้นให้เนียนเรียบเสมอ หลายคนพบว่าการใช้ฟองน้ำชุบน้ำพอชื้น ๆ จะช่วยให้เกลี่ยรองพื้นได้ง่าย ขึ้น

    แต่สำหรับคนจำนวนมาก ปลายนิ้วสะอาด ๆ ก็ดีพอแล้ว เพียงแค่แต้มรองพื้นเป็นจุด ๆ ทั่วใบหน้า และลูบไล้รองพื้นเบา ๆ โดยในบริเวณแก้มที่มีรูขุมขนกว้างให้ลูบลง เพราะการลูบขึ้นจะทำให้เห็นรูขุมขนเด่นชัดขึ้น จากนั้นใช้แป้งฝุ่นเพื่อเซ็ตรองพื้นให้ อยู่ตัว โดยเวลาทาแป้งอย่าลากพัฟฟ์ไปมาทั่วไปหน้า หากให้กดพัฟฟ์เบา ๆ ทั่วใบหน้า มันจะทำให้รองพื้นติดทนกว่า


  7. แววมาแบบนี้สงสัยจะขอแต่งงาน!

    September 4, 2011 by bestnsb

    ลองสังเกตหนุ่มข้างกายของคุณดูซิว่า ถ้าเขามีท่าทีแปลกๆ แบบนี้ละก็ให้สงสัยไว้เลยว่าคุณอาจจะมีแววได้ร่อนการ์ดกับเขาแล้วแหละ

    1. เขาเก็บกวาดห้อง โละของเก่า
    ตู้เสื้อผ้าแถมยังเอากล่องของส่วนตัวที่มีเรื่องราวของแฟนเก่าเอาไปไว้ที่ อื่น ไม่ก็ทิ้งไปเลย มันอาจเป็นสัญญาณว่าเขาปล่อยไป แล้วจริงๆ และกำลังโฟกัสถึงอนาคตร่วมกันกับคุณ

    2.เพื่อนสนิทสุดๆ ของคุณ
    แกล้งถามนู่นถามนี่แปลกๆ ไม่ก็ตอนไปชอปปิ้งกับเธอก็ทำเป็นถามว่าแหวนแบบนี้สวยมั๊ย แบบนั้นสวยมั๊ย ซึ่งเป็นไปได้ว่า เขากำลังให้เพื่อนสาวของคุณมาสืบอยู่
    3.เขาตัดค่าใช้จายฟุ่มเฟือยทิ้งไป
    จากชวนกับไปกินหรูๆ ก็ลดๆ ลงหรือเขาลดการซื้อของฟุ่มเฟือยไม่จำเป็น เหมือนตั้งใจเก็บเงินก็เป็นไปได้ว่า เขาประหยัดเพื่อเก็บตังไว้เพื่ออนาคตอยู่

    4.เขาคะยั้นคะยอเจอครอบครัวอยู่นั่น
    ไม่ครอบครัวเขาก็ครอบครัวคุณ ทำตัวสนิทชิดเชื้อบ่อยๆ การพบปะพ่อแม่ครอยครัวกันและกันบ่อยๆ ก็เป็นสัญญาณได้ว่า เขาอยากก้าวสู่ขั้นต่อไป

    5.เขาไม่หวงความโสดอีกต่อไป
    เขาขายจักรยานคันโปรด เขาไม่ไปแฮงค์เฮาท์กินเบียร์ดูบอลกับเพื่อนหนุ่ม เขาเริ่มใช้ชีวิตแบบไลฟ์สไตล์ที่โตขึ้น ราวกับยอมรับชีวิตแต่งงานกลายๆ แล้วว่ามันมีความหมายต่อเขามากกว่าแต่ก่อน

    6.เขากลายเป็นคู่หูคนใหม่
    ของคุณพ่อของคุณ ชวนกันไปตีกอล์ฟเล่นกีฬายิ่งเขาและคุณพ่อของคุณดูสนิทสนมกันมากเท่าไหร่ ยิ่งเป็นสัญญาณบ่งบอกได้ว่า เขาพร้อมจะคุยเรื่องใหญ่กับคุณแล้วเพราะโดยส่วนมากแฟนหนุ่ม ไม่ค่อยกล้าเข้าไกล้พ่อของคุณสักเท่าไหร่หรอก ถ้ายังไม่ถึงเวลาที่เขาอยากแต่งงานกับคุณแล้ว


  8. ไขปริศนาหมาเลียน้ำ

    September 3, 2011 by bestnsb

    ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดยืนยันว่าสุนัขและแมวใช้ความรู้ทางฟิสิกส์ที่ติดตัวตั้งแต่กำเนิด มาประยุกต์ใช้กับการกินน้ำ

    มาธิลดาและพัดดี้ สุนัขและแมว คือ กุญแจสำคัญที่ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถไขความลับของกลไกการกินน้ำของพวกมันได้หลังจากที่ต้องใช้เวลาศึกษามานานหลายปี

    ศาสตราจารย์ อัลเฟรด ครอมป์ตัน ผู้เชี่ยวชาญด้านชีววิทยาจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด กล่าวว่า กลไกการเลียน้ำของสุนัขและแมวไม่แตกต่างกัน พวกมันจะแลบลิ้นออกมา แล้วม้วนไปด้านหลังก่อนจะนำลิ้นมาวางบนผิวน้ำ จากนั้นมันก็จะตวัดไปด้านบนอย่างรวดเร็ว และเมื่อน้ำเข้ามาอยู่ในปาก พวกมันก็จะปิดปากก่อนที่จะกลืนลงไปซึ่งถ้าจะเปรียบเทียบเพื่อให้เข้าใจกลไกนี้ง่ายขึ้น ก็เหมือนกับการที่เราวางมือลงไปบนน้ำที่อยู่ในถ้วย จากนั้นเมื่อเราดึงมือขึ้นอย่างรวดเร็ว ก็จะมีน้ำจำนวนหนึ่งติดมือขึ้นมาด้วยไม่ต่างกันกับลักษณะการกินน้ำของสุนัข และแมวนั่นเอง

    จุดเริ่มต้นของการศึกษาการกินน้ำของสุนัขและแมวของศาสตราจารย์ครอมป์ตันนั้น เริ่มต้นมาจากการสังเกตพฤติกรรมการกินน้ำของสุนัขและแมวที่เขาเลี้ยงไว้ที่บ้าน จากนั้นเขาจึงเริ่มต้นหาข้อมูลและรวบรวมสถิติเอาไว้ โดยหนึ่งในข้อมูลที่เขาใช้ประกอบการศึกษาของเขามากที่สุด คือ ข้อมูลของนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Massachusetts Institute of Technology หรือ MIT

    ซึ่งจากผลการวิจัย พบว่า แมวจะใช้ลิ้นของมันเพื่อตวัดน้ำเข้าปาก โดยพฤติกรรมนี้เกิดขึ้นจากสัญชาตญาณตามธรรมชาติ ผสมผสานกับแรงเฉื่อยขณะที่น้ำกำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่ปาก แต่เมื่อมาเจอกับแรงโน้มถ่วงน้ำก็จะตกลงสู่ด้านล่าง แต่แมวก็จะรู้ว่าปริมาณน้ำมากเพียงใดที่จะเพียงพอต่อการกินน้ำในแต่ละครั้ง แตกต่างกับสุนัขที่จะตวัดน้ำเข้าปากด้วยปริมาณที่เท่าๆ กันในแต่ละครั้ง

    โดยศาสตราจารย์ครอมป์ตันกล่าวว่าผลวิจัยนี้กับการทดลองของเขาแตกต่างกันเล็กน้อย เพราะเขาสามารถยืนยันได้ว่า สุนัขมีกลไกการกินน้ำเหมือนกับแมวทุกประการ แตกต่างกันเล็กน้อยก็ตรงที่สุนัขจะกินเลอะเทอะกว่าเท่านั้น ซึ่งข้อพิสูจน์คำยืนยันของศาสตราจารย์ครอมป์ตันก็คือ ภาพถ่ายของไฮสปีดเอ็กซ์เรย์ที่เขาบันทึกไว้ขณะที่มาธิลดากำลังกินน้ำนั่นเอง


  9. วิธีดูแลแปรงสีฟัน เพื่อช่องปากสะอาดสุขภาพดี

    September 3, 2011 by bestnsb

    วิธีดูแลแปรงสีฟัน “เพื่อช่องปากสะอาดสุขภาพดี”

    วันนี้เรามีวิธีดูแลแปรงสีฟันเพื่อช่องปากสะอาด สุขภาพฟันที่ดีมาฝากกันค่ะ…ฟันและช่องปากถือเป็นส่วนที่สำคัญ แปรงสีฟันจึงมีส่วนช่วยผลักดันให้ช่องปากและฟันของคุณมีสุขภาพที่ดี ฉะนั้นการดูแลแปรงสีฟัน จึงมีส่วนสำคัญที่จะทำให้คุณนั้นไม่ต้องเป็นโรคช่องปากได้ หากว่าใครยังไม่รู้ วิธีดูแลแปรงสีฟัน ว่าต้องทำอย่างไรกันบ้างก็มาดูกันได้เลย เพราะในช่องปากของคนเรานั้นมักจะสะสมแบคทีเรียไว้มากที่สุด เวลาแปรงฟันแบคทีเรียเหล่านั้นก็จะถูกสะสมอยู่ในแปรงสีฟันจนกลายเป็นเชื้อโรค ฉะนั้นหากว่าใคร ไม่อยากให้แปรงสีฟันของตัวเองเป็นตัวก่อโรคก็มาดูวิธีดูแลแปรงสีฟันกันเลยดีกว่าค่ะ

    6 วิธีดูแลแปรงสีฟัน

    1. เปลี่ยนแปรงสีฟันอย่างน้อยทุกๆ 3 เดือน

    2. อย่าใช้แปรงสีฟันร่วมกับผู้อื่น

    3. ลองขอคำแนะนำในการใช้แปรงและแปรงฟันให้ถูกวิธีจากทันตแพทย์

    4. อย่าใช้แปรงที่มีขนแปรงแข็งเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดแผลที่เหงือกและทำให้แบคทีเรียเข้าสู่กระแสเลือดได้ง่าย

    5. ถ้าเก็บแปรงสีฟันไว้ในห้องน้ำ ควรเก็บในปลอกให้เรียบร้อยไม่ควรวางทิ้งไว้ หรือเสียบใส่ในแก้วน้ำเฉยๆ

    6. ใช้น้ำร้อนทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคให้แปรงสีฟันบ้างและน้ำร้อนยังทำให้ขนแปรงที่แข็งอ่อนนุ่มลงด้วย